กลับไปที่บทความทั้งหมด
AiLearningAI EducationFuture of WorkAdaptabilityUniversity TalkAI EraThammasat

AiROVA ที่ธรรมศาสตร์: ทำไม "Adaptability" คือทักษะสำคัญที่สุดของคนรุ่นใหม่ในยุค AI

สรุปสัมมนา "Chinese Students' Adaptability in the AI Era" ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ — AiLearning by AiROVA ร่วมแชร์มุมมอง AI กับการทำงาน การสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์ พร้อม 3 ข้อสรุปที่นักศึกษาและคนทำงานใช้ได้จริง

Jui 11 พฤษภาคม 2569 5 min
AiROVA ที่ธรรมศาสตร์: ทำไม "Adaptability" คือทักษะสำคัญที่สุดของคนรุ่นใหม่ในยุค AI
Share

เมื่อ AI เริ่มเปลี่ยนวิธีทำงาน วิธีสื่อสาร และวิธีสร้างคุณค่าในแทบทุกอุตสาหกรรม คำถามที่นักศึกษาและคนทำงานยุคนี้ต้องคิดต่อ ไม่ใช่ "AI จะมาแทนเรามั้ย" — แต่คือ "เราจะทำงานร่วมกับ AI ยังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น"

เมื่อเร็วๆ นี้ คุณพิพัฒน์ วัฒนมงคลศิริ (CEO และ Co-founder ของ AiROVA และ 9 CAT GROUP) ได้รับเชิญไปบรรยายในหัวข้อ "Chinese Students' Adaptability in the AI Era" ให้กับนักศึกษาสาขาจีนศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ — หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย

งานนี้สนับสนุนโดย AiLearning by AiROVA ศูนย์การเรียนรู้ด้าน AI ที่ออกแบบมาเพื่อให้คนทำงานและนักศึกษาเริ่มใช้ AI ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่รู้จัก


ทำไมหัวข้อ "Adaptability in the AI Era" ถึงสำคัญ

AI ไม่ได้แค่เร่งงาน — แต่กำลัง เปลี่ยนรูปแบบการทำงาน 4 ด้านพร้อมกัน:

  • Work — งาน routine (งานทำซ้ำๆ ตามขั้นตอน) กำลังถูก automate ทำให้คนต้องเลื่อนไปทำงานที่ใช้ความคิดเชิงระบบมากขึ้น
  • Communication — การสื่อสารข้ามภาษา ข้ามวัฒนธรรม ทำได้เร็วและถูกลงผ่าน AI translator และ AI assistant
  • Creativity — AI กลายเป็น co-creator ในงานเขียน งานออกแบบ งานวิดีโอ และคอนเทนต์
  • Business — SME และองค์กรที่ใช้ AI workflow ถูกจุด ออกผลิตภัณฑ์เร็วขึ้น ลดต้นทุน และตัดสินใจดีขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ ไม่ใช่แค่ "ทักษะ AI" — แต่คือ ทักษะ Adaptability (ความสามารถปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่) ที่จะกลายเป็นทักษะหลักของคนทำงานยุคใหม่

อธิบายง่ายๆ ก็คือ — คนที่ไปได้ไกลในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่รู้เครื่องมือเยอะที่สุด แต่คือคนที่ เรียนรู้เครื่องมือใหม่ได้เร็ว และเลือกใช้ให้ตรงปัญหา

บรรยากาศห้องบรรยายที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


5 ประเด็นที่หัวข้อ "Adaptability in the AI Era" เปิดให้คิดต่อ

หัวข้อนี้เปิดประเด็นที่น่าคิดต่อหลายมุม — ไม่ใช่แค่สำหรับนักศึกษาสายจีนศึกษา แต่สำหรับทุกคนที่กำลังเรียนรู้และทำงานในยุค AI:

  1. Practical AI Workflows — การใช้ AI ให้ได้ผลจริง ไม่ใช่อยู่ที่ "เลือก tool ไหน" แต่อยู่ที่ "ออกแบบขั้นตอนของงาน" ให้ AI เข้ามาช่วยตรงจุด
  2. AI as a Co-worker — มุมมอง "AI เป็นเพื่อนร่วมงาน" ที่ช่วยทำงานได้ แต่ยังต้องมีคนคุมและตรวจคุณภาพ (Human-in-the-Loop — คนยังอยู่ในวงจรการตัดสินใจ)
  3. Use Cases ข้ามอุตสาหกรรม — AI ไม่ใช่เครื่องมือเฉพาะสายเทค ทุกอุตสาหกรรมเริ่มมี workflow ที่ AI ช่วยได้ — ทั้งงานบริการ งานวิเคราะห์ งานสื่อสารกับลูกค้า
  4. Cross-cultural Communication — โดยเฉพาะสำหรับสายจีนศึกษา — AI ช่วยลดอุปสรรคทางภาษาในการทำธุรกิจกับจีน แต่ "ความเข้าใจบริบททางวัฒนธรรม" ยังเป็นสิ่งที่คนต้องทำเอง
  5. Soft Skills ที่ AI แทนไม่ได้ — Communication, Critical Thinking, Empathy, Cross-cultural Competence, Storytelling, Collaboration & Leadership — ทักษะที่จะ ทรงคุณค่ามากขึ้น ไม่ใช่ลดลง เมื่อ AI ช่วยทำงาน routine แทน (ภาพ slide ในงาน)

สิ่งที่ประทับใจที่สุดในห้องเรียน

สิ่งที่โดดเด่นในงาน ไม่ใช่เนื้อหาที่บรรยาย — แต่คือความสงสัย ความคิดเชิงวิเคราะห์ และการมีส่วนร่วมของนักศึกษา

นักศึกษาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนอย่างกระตือรือร้น สะท้อนให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ตื่นตัวเรื่องผลกระทบของ AI อย่างจริงจัง และพร้อมปรับตัวมากกว่าที่ผู้ใหญ่หลายคนคาดไว้

คำถามที่ theme ของงานเปิดประเด็นให้คิดต่อ:

  • AI จะมาแทนงานล่ามและนักแปลจีนได้แค่ไหน?
  • ถ้า AI แปลภาษาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทักษะภาษาที่เรียนมา 4 ปี ยังมีคุณค่ามั้ย?
  • ในฐานะคนที่กำลังจะจบ ควรเริ่มใช้ AI ตั้งแต่ตอนไหน และอย่างไรให้ไม่พึ่งพาเกินไป?

คำตอบของแต่ละคนอาจต่างกัน — แต่การ "ถามคำถามที่ใช่" คือก้าวแรกของ Adaptability

ภาพหมู่ Pipat กับนักศึกษาจีนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


3 Takeaway สำหรับใครก็ตามที่กำลังเรียนรู้ AI

ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือคนทำงาน 3 ข้อนี้คือ frame ที่ AiLearning ใช้แนะนำกับทุกคน:

  1. อย่ารอจนรู้ทุกอย่างค่อยเริ่ม — ลองใช้ AI กับงานเล็กๆ ที่ทำอยู่ทุกวันก่อน (เขียน email, สรุปบทความ, brainstorm idea)
  2. คิดเชิง workflow ไม่ใช่ tool — แทนที่จะถามว่า "AI ตัวไหนดี" ให้ถามว่า "ขั้นตอนไหนของงานควรให้ AI ช่วย"
  3. Soft Skills จะยิ่งมีค่ามากขึ้น — Critical Thinking, Communication, Empathy คือสิ่งที่ทำให้คนต่างจาก AI ไม่ใช่ทักษะที่ AI ทำแทนได้

Pipat รับของที่ระลึกจากอาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

AiROVA ขอขอบคุณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักศึกษาทุกคนที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนมุมมองในวันนี้ — และพร้อมสนับสนุนการเรียนรู้ AI ของคนรุ่นใหม่ผ่าน AiLearning by AiROVA ต่อไป

เพราะในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนทุกอุตสาหกรรม สิ่งที่ทำให้คนยังมีคุณค่า ไม่ใช่ความรู้ที่หยุดนิ่ง — แต่คือ ความสามารถปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา

AiROVA — Turning AI into Real ROI